ผมเชื่อว่าคงมีหลายคนที่เคยได้ยินมาว่า “เล่นหุ้นต้องเล่นตัวที่มี Volume”
แต่จะเข้าใจอย่างถ่องแท้หรือไม่นั้นก็ค่อยมาว่ากันอีกที(^^)
ผมเคยอ่านเจอบทความสัมภาษณ์เซียนหุ้นระดับพันล้านท่านนึงเขาบอกว่า “หุ้นที่เล่นแล้วได้กำไรมากกว่าขาดทุน
จะเป็นหุ้นที่กำลังอยู่ในกระแสนิยมของตลาดในช่วงเวลานั้นๆ
(พูดง่ายๆก็คือให้เล่นหุ้นที่มีVolumeซื้อขายกันมากๆนั่นแหล่ะ)” จากนั้นผมก็คัดเลือกหุ้นจากการดู Volume เป็นหลัก โดยในตอนนั้นเข้าใจเพียงแค่ว่าให้เลือกเล่นหุ้นตัวที่คนเขานิยมเล่นกันราคาหุ้นจะได้มีโอกาสขึ้นสูงๆ.....ซึ่งทำให้ผมหลงประเด็นไปว่า
“เลือกหุ้นมีVolume เพราะหุ้นตัวนั้นมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นสูง”
(ปล.วิธีการคัดหุ้นจาก
Volume สามารถหาอ่านได้จากบทความเก่าตาม
Linkนี้เลยครับ http://www.stockmanday.com/2012/02/blog-post_21.html)
และเนื่องจากความเข้าใจผิดนั้น...จึงทำให้ผมคิดเองเออเองว่า
“ในเมื่อเราดูVolume เพราะอยากหาหุ้นที่มีราคาขึ้น...ถ้างั้นเราก็มองหาหุ้นที่มีราคาพุ่งขึ้นไป
แล้วก็เข้าซื้อตามไม่ง่ายกว่ารึ”(- -, ) “หึๆๆ ง่ายนิดเดียว”ผมคิดในใจ
(มารู้เอาตอนหลังว่าง่ายนิดเดียวจริงๆ ที่เหลือนั้นยากหมด)(T^T) จากนั้นผมก็เริ่มนั่งเฝ้าสังเกตุการเปลี่ยนแปลงของกราฟหุ้นหลายๆตัวโดยไม่มองที่ Volume อีกเลย จนกระทั่งวันนึงผมก็เจอหุ้นที่ราคาเริ่มพุ่งขึ้นเป็นวันแรก
“โชคดีจริงๆที่เราพอจะศึกษากราฟมาบ้าง (- -, ) หึๆ....MACD
ตัดขึ้นเหนือศูนย์...สัญญาณซื้อมาแล้วชัดๆ
แถมแท่งเทียนก็ยาวขนาดนี้สงสัยราคาจะบวกเยอะ...ราคาก็วิ่งSidewayสะสมกำลังมานาน(ตำราเขาว่างั้น).....จะมัวรอช้าไปไย
เข้าซื้อเก็บเข้าพอร์ตเลยดีกว่า”
หลังจากเก็บเข้าพอร์ตเพียงไม่กี่วัน.....พอร์ตก็โชว์ว่าหุ้นตัวนั้นทำกำไรทันที อดชื่นชมไม่ได้ว่าราคาเขียวเอาๆ หุ้นดีก็เงี้ย5555
จนกระทั่งวันนึงผมก็ตัดสินใจจะขายออกเพื่อทำกำไร ปรากฎว่าวางขายไม่ได้ครับเพราะราคาหุ้นขยับขึ้นก็จริงแต่ทั้งจำนวนหุ้นของฝั่งคนเสนอซื้อและเสนอขายมีจำนวนน้อยมาก.....”อ้าว! แล้วทำไมราคาถึงขึ้นล่ะ????” นี่ล่ะครับที่ผมบอกไปตอนต้นว่า
“ราคาขึ้น” กับ “Volume”
มันเป็นคนละเรื่องกัน เรามาดูภาพประกอบการขึ้นของราคากัน
จากภาพจะพบว่าจำนวนหุ้นในฝั่งเสนอซื้อ (Bid) มีเพียง 500 หุ้น
และฝั่งเสนอขาย (Offer)มีเพียง 100หุ้นเท่านั้น แต่หุ้นในมือผมมีอยู่ 700 หุ้น(T^T) ซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นรายใหญ่ขึ้นมาทันที555
......และหลังจากที่ผมเห็นกระดานซื้อขายอย่างนี้ก็ทำให้ผมตาสว่างและถึงบางอ้อทันทีว่า
“ทำไมราคาหุ้นถึงขยับขึ้นได้ทั้งที่ไม่ค่อยมี Volume” คำตอบก็คือเนื่องจากว่า ในช่องoffer ที่ราคา 137.50นั้น
มีหุ้นวางขายอยู่แค่ 100หุ้น เพียงแค่มีคนมาซื้อไปหมด 100 หุ้น
ราคาก็จะขยับขึ้นเป็น 138บ.ทันที
โดยที่ไม่จำเป็นต้องมี
Volume หนาแน่น.....ซึ่งในความเป็นจริง การขึ้นของราคานั้นควรมาจากความต้องการซื้อที่เพิ่มมากขึ้นจนทำให้ราคาสูงขึ้นอยางมีนัยยะ
หุ้นอย่างนั้นต่างหากที่ถือว่ามีสภาพคล่องและสามารถเปิดโอกาสให้คุณเข้าซื้อและขายออกเพื่อทำกำไรได้
“คราวนี้คุณรู้รึยังครับว่า Volume ไม่ได้มีไว้ให้คุณมองข้าม” โชคดีมีชัยกับหุ้นตัวต่อไปของคุณครับ(^ ^)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)