การวิเคราะห์แนวเทคนิค ดูอะไรบ้าง? (แนวเทคนิค)

อยากเล่นหุ้นต้องอ่านกราฟให้เป็น….เทคนิควิเคราะห์กราฟหุ้นเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ (สอนหุ้นมือใหม่)

สอนหุ้น (8)

มาต่อกันครับ…จากบทความคราวที่แล้วที่สอนมือใหม่เล่นหุ้น เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีประสบการณ์ก็เริ่มเล่นหุ้นเองได้(ขอย้ำครับ เล่นหุ้นต้องพึ่งตัวเอง อย่าพึ่งมาร์/โบรกฯ ไม่มีใครดูแลเงินเราได้ดีเท่าตัวเราเอง) คราวที่แล้วเราร่ายกันมาตั้งแต่ขั้นตอนเลือกโบรกฯ, เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับหุ้น, วิธีดูงบฯแบบคร่าว, วิธีคัดเลือกหุ้น จนไปจบตรงการดูกราฟ คราวนี้เราจะมาดูว่าการวิเคราะห์กราฟเพื่อดูว่าหุ้นตัวนั้นดีไม่ดี เขาดูกันยังไง
เข้าไปที่ http://www.doohoon.com/yahoochart.htm เลือกกราฟมา 1 ตัวครับ

_1

จากกราฟที่เราเลือกมา…เรามาดูช่องบนสุดครับ “เป็นChartราคา” ในภาพแท่งเทียนก็คือราคาในแต่ละวันนั่นเอง   ต่อไปมองที่มุมบนซ้ายจะเห็น สีแดง คือ EMA25, สีม่วง คือ EMA50, สีเหลือง คือ EMA100 “มันคืออะไร?”….มัน คือ พืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งซึ่งมี…..ล้อเล่นครับ555

เส้น EMA ย่อมากจาก Exponential Moving Average คือ เส้นค่าเฉลี่ยของราคาที่มีการให้น้ำหนักราคาค่อนมาทางเวลาใกล้ปัจจุบันมากกว่าราคาในช่วงอดีต…ยิ่งอธิบายยิ่งปวดหัว(-..-“) เอาง่ายๆครับ EMA25 ก็คือ “เส้นค่าเฉลี่ย 25วันแบบเกาะติดสถานการณ์” ละกัน…..หมายถึง ราคาหุ้นเริ่มตั้งแต่วันที่เข้าตลาดวันที่1 ถึงวันที่25 เอามาหาค่าเฉลี่ย แล้วเราก็พล็อตจุดได้ 1จุด  จากนั้นวันที่ 2-26 หาค่าเฉลี่ยนเราก็จะพล็อตได้อีก 1 จุด จากนั้นก็วันที่ 3-27หาค่าเฉลี่ยแล้วพล็อตอีก 1จุด…ทำอย่างนี้ต่อกันมาเรื่อยๆก็จะลากได้เป็นเส้น EMA25…….หมายถึง ถ้าเราเห็นราคาในวันนี้เทียบตรงจุดกับ EMA25 แล้วราคาอยู่สูงกว่าเส้นEMA25 นั่นก็หมายความว่า ราคาวันนี้มีคนสนใจซื้อจนสามารถขึ้นราคาสูงกว่า 25วันก่อนได้

man-question-mistake
พักสายตาซักแป๊ปครับ (^^,)

ถ้าไม่เข้าใจอ่านทวนช้าๆจนกว่าจะเข้าใจครับ(^^,) ถ้าเข้าใจแล้วเพื่อนๆก็จะเข้าใจว่า EMA50 ก็คือ เส้นค่าเฉลี่ย 50วัน  และEMA100 ก็เฉกเช่นเดียวกัน….โดยมีจุดสังเกตุคือ “เมื่อใดที่ราคาสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยไปได้เรื่อยๆ หุ้นตัวนั้นราคาก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อไหร่ก็ตามที่เส้นค่าเฉลี่ยค่าน้อยตัดเส้นค่าเฉลี่ยมากกว่าขึ้นไปได้ แสดงว่าหุ้นตัวนั้นยิ่งน่าสนใจ เพราะราคามีแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ”
          *** ถ้าไม่เข้าใจ พักไว้ก่อนครับ หยิบมือถือขึ้นมาโทรมานัดเรียนกับผม555 เพราะผมถือว่าได้ลองพยายามเต็มที่แล้วกับการอธิบายผ่านการเขียนแล้ว(><,”) แต่ไม่สำเร็จ***

สอนวิเคราะห์2

คนที่เข้าใจกลับมาต่อกันครับ….จากchartราคาของ PS(พฤกษา)เห็นมั้ยครับว่า กราฟราคาเริ่มขึ้นมายืนเหนือเส้นEMA25วันได้พักใหญ่ๆแล้ว(เริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาปี54) ผมเข้าซื้อช่วงนั้นแหล่ะครับ อิ อิ…จากนั้นราคาก็ทรงตัวยืนบนเส้นมาตลอด จนกระทั่งจุดที่สมบูรณ์ที่สุดคือ “จุดที่เส้นEMA25(แดง)ตัดขึ้นเส้นEMA50(ม่วง)นั่นเอง จนกระทั่งตอนนี้ก็ใกล้ตัดขึ้นเส้นEMA100วันเข้าไปแล้ว…”หุ้นดีจริงๆครับ”

คราวนี้เรามาดูว่าทำไมผมถึงเลือกหุ้นตัวนี้ได้ถูกอย่างกับตาเห็น “ผมใช้ MACDครับ” (กราฟถัดลงมา) ผมขอข้ามชื่อเต็มรวมถึงประวัติความเป็นมาของMACDละกันนะครับ…เอาเป็นว่าวิธีการเลือกหุ้นจาก MACD ก็คือ ถ้าMACDมันพุ่งขึ้นก็แสดงว่าหุ้นตัวนั้นๆมีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นครับ โดยมีเส้นศูนย์เป็นแกนสำคัญ…ในที่นี้ผมถือเส้นศูนย์เป็นผิวน้ำ ตอนที่ผมเลือกซื้อหุ้นตัวนี้ช่วงกลางเดือนธันวา เห็นมั้ยครับว่าMACDกำลังจะตัดขึ้นผิวน้ำ จินตนาการเหมือนปลาโลมาที่ดำน้ำมานานแล้วโผขึ้นผิวน้ำมานั่นแหล่ะครับ… “พอผมเห็น MACDกำลังจะโผพ้นผิวน้ำ + แท่งราคาขึ้นมายืนบนเส้นEMA25ได้…ผมก็เก็บเข้าพอร์ตทันทีครับ” (= =,)

สอนวิเคราะห์หุ้น

เอาล่ะ..เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาดูตัวindicatorตัวถัดไปพร้อมๆกัน นั่นก็คือ “RSI” กับ “Stoch” ….2กราฟนี้คล้ายกันคือ มีแกนแบ่งบนล่างที่ 80 กับ 20…บางคนใช้แกนแบ่ง 70 กับ 30 ครับ

วิธีดูก็คือ เส้น RSI จะวิ่งขึ้นเพื่อบอกtrendราคา และถ้าเมื่อไรตัดแกน80ขึ้น นั่นแสดงว่าเข้าเขต Over bought หรือ “เขต(คนแห่)ซื้อมากเกินไป” ให้ระวังราคาจะตก และเมื่อไหร่ที่เข้าเขตและตัดเส้น 80ลงมาสังเกตุที่กราฟราคาก็จะเห็นว่าราคาก็ตกลงเช่นกัน……..(. . )””” (- – )””” (^^) รอ..ร๊อ..รอ…พอเส้นRSI วิ่งลงมาเรื่อยๆจนกระทั่งตัดลงไปในแกน 20..นั่นแสดงว่าเข้าเขต Over sold หรือ “เขต(คนแห่)ขายเยอะเกินไป” อธิบายง่ายๆตามหลักธรรมชาติ สิ่งใดก็ตามที่คนซื้อกันเยอะๆราคามันก็ขยับขึ้น พอมันขึ้นมากๆคนก็เลิกซื้อ ราคามันก็จะตกลง….พอราคาตกลงเรื่อยๆจนเห็นว่ามันต่ำเกินไปแล้ว คนก็หันกลับมาซื้อ….เป็นอย่างนี้ไปตามกลไกตลาด

ส่วนChart Stoch ก็คล้ายๆกับ RSI ต่างกันแค่ Stoch จะมี2เส้น คือ “เส้น K” กับ “เส้น D” ถ้าเส้นKตัดเส้นD ลงราคาก็อาจจะลง….ถ้าตัดขึ้นราคาก็อาจจะขึ้น….ส่วนแกน 80 กับ 20 ก็คล้ายๆ RSI ครับ….แต่มีแอบกระซิบนิดนึงครับ Chart Stoch ผมไม่ค่อยไปดูมากนัก เพราะมันไวเกินไปถ้าจะไปซื้อขายตามที่เขาตัดขึ้นตัดลง นิดหน่อยก็ตัดแล้วครับ…chartสำออยผมไม่ค่อยยุ่ง555

ส่วนChart ล่างสุดก็แสดงถึง Volumeในการซื้อขายของแต่ละวัน อันนี้มีนัยสำคัญแค่ ถ้าไม่มีVolume ก็แปลว่าไม่ค่อยมีคนเล่นหุ้นตัวนั้น ถ้าคุณเข้าไปซื้อเก็บก็ไม่รู้เมื่อไหร่ราคาจะขยับ555……แนะนำครับ “เล่นหุ้นให้เล่นตัวที่มี Volumeครับ”

หุ้น The annotation is not to the quality and its results. The truth is that is. Don’t miss on referencing formats, such as something of resources that you’ve used in this source of the actual annotations for each used source be perceived as something that it makes it possible to write . custom essay writing Annotated bibliography is a list of the work cited list, or APA. Annotated bibliographies can be perceived as MLA, APA, Chicago, Turabian, Harvard etc. As a rule, you will this source be required referencing style, like MLA or not. .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*

code

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>