การวิเคราะห์หุ้นแนว VI เขาดูอะไรบ้าง? (แนว VI)

วิเคราะห์หุ้นแนว VI ด้วยข้อมูลพื้นฐานของหุ้น

วันนี้มีหุ้นมาแนะนำเป็นตัวแรกของ Blog นี้นะครับ…จริงๆผมเคยเขียนวิเคราะห์ไว้บ้างแล้ว(ในมุมมองของผม แต่ใครจะว่าถูกผิดก็เม้นท์มาบอกได้ครับ คิดซะว่าแชร์ความเห็นกัน) แต่ส่วนใหญ่จะวิเคราะห์ด้านเทคนิคน่ะครับ ลองเข้าไปดูวิธีวิเคราะห์กราฟได้..ที่นี่

เข้าเรื่องเลยละกันครับ….จะว่าไปสาเหตุหลักที่ผมเก็บหุ้น TVO (น้ำมันพืชไทย) ตัวนี้เข้าพอร์ต ก็เพราะผมเห็นสัญญาณที่ดีจากการใช้หลักการของทั้ง 2 สำนักเลือกหุ้น ไม่ว่าจะฝั่ง fundamental หรือ technical เป็นสัญญาณที่น่าซื้อ เล่นรอบได้ แถมถ้าพลาดยังไม่เจ็บตัวมากด้วย มีเซียนหุ้นหลายท่านแนะนำว่าจะเป็นนักลงทุนแนวไหนให้เลือกเลย “อย่าเปลี่ยนม้ากลางศึก” ข้อนี้ผมน้อมรับและเห็นด้วยครับ ดังนั้นก่อนออกศึกผมก็เลยคัดม้าให้ก้ำกึ่งระหว่างม้าอึดกับม้าเร็ว ให้มีคุณสมบัติทั้ง 2อย่างเลย หวังว่าเวลาตกม้า จะไม่มีใครมานั่งสมน้ำหน้านะครับ 555
มาตามดูกันครับว่าผมเลือกหุ้นตัวนี้เพราะผมเห็นอะไรในงบ

photo1

แวบแรกผมดูค่า P/E , P/BV เลยครับ

-ค่า P/E = 10.98 …มันแสดงให้เห็นถึงระยะเวลาการคืนทุน และราคาหุ้นว่าแพงหรือไม่….ดร.นิเวศ เคยเขียนไว้ว่า ค่า P/E < 5 เท่า และ ค่า P/BV < 1 เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้บางคนก็ว่าแพง แต่ผมใช้สูตรเทียบจากส่วนกลับของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ครับ คือ ดอกเบี้ยเงินกู้ =7.5 ผมเอา 100/7.5= 13.34 ดังนั้นค่า P/E = 10.98 ผมถือว่าไม่แพงครับ ถ้าเราเอาดอกเบี้ยเงินกู้เป็น Benchmark

-ค่า P/BV = 2.47…จริงๆผมว่ามันก็มากไปนิดนึงจริงๆ…แต่ผมรับได้ครับ เพราะผมมองว่ามันเป็นตัวแสดงให้เห็นว่ามีคนสนใจหุ้นตัวนี้อยู่

-ต่อมา เทียบงบ 2-3 ปีให้หลัง สัดส่วนหนี้สินกับทุนดีขึ้น ยังถือว่าพอรับได้ครับ (ใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปี 54 หนี้สินเป็น 36.79% ของสินทรัพย์ครับ)

ในหน้านี้ผมดูแค่นี้ครับ เพราะอย่างที่บอก

“จะให้ผมรอเลือกม้าที่ตรงตามเกณฑ์ความอึดที่สุด ในช่วงภาวะอย่างนี้ ผมก็คงไม่ต้องออกรบพอดี”

photo2

ถัดไปครับ ผมก็รีบเปิดไปดูการจ่ายเงินปันผลตามแบบฉบับนักลงทุนแนว VI…คืออย่างน้อยก็ให้มีปันผลครับ เพราะมันแสดงถึงความซื่อสัตย์หรือแสดงถึงการอยู่ข้างเดียวกันของบริษัทฯที่มีต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย(แต่ไม่ยับ) บางท่านอาจชะงักว่าปี 2009 ไม่จ่ายอยู่รอบนึง(จ่ายเงินปันผลรอบแรก)…..เทียบดูแล้วเป็น พ.ศ. 2552 อย่าลืมนะครับปีนั้นตลาดติดลบกันระนาว ส่วนงบปี 52 ที่แสดงนั้นเป็นงบสรุปแล้วเสร็จตอนปลายปีครับ (เอาน่า คิดซะว่าปิดตาข้างนึงนะครับ)

photo3

และถัดมาก็เป็นสิ่งที่ผมกลัว คือ การวิเคราะห์งบดุล, งบกำไรขาดทุน….ผมพยายามจะสรุปหลักๆละกันนะครับ เพราะถ้าจะบอกว่าผมดูอะไรบ้างแล้วเขียนทั้งหมด ไม่ผมก็คุณต้องอ้วกตาย หรือพาลเลิกอ่านเลิกพิมพ์กันไปข้าง

เอาแค่ รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 6,106.38 – หนี้สินทั้งหมด 3,288.70 = 2,817.68 ก็ใจชื้นไปกว่าครึ่งแล้วครับ เพราะแสดงให้เห็นถึงว่า บริษัทมีสภาพคล่องดีเลยทีเดียว…ซึ่งจริงๆมีในส่วนที่คาใจอยู่นิดนึง คือ ลูกหนี้ กับ สินค้าคงเหลือเยอะไปนิดนึง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ถูกปิดตาข้างนึงจากยอดขายในงบกำไรขาดทุน ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงเลยทีเดียว (แถมเป็นรายได้จากธุรกิจหลักของบริษัทฯซะด้วย แสดงว่าเจ้าของไม่ได้ไปหากินทางอื่น)

ในส่วนของกำไรสะสมของบริษัทฯ ซึ่งมีอยู่ถึง 2,517.57 ถือว่ามากพอดู….ในส่วนนี้ผมแค่จะบอกว่าบริษัทฯไหนที่มีกำไรสะสมอยู่มาก ก็ถือว่าเป็นบริษัทที่มีสถานะดี,ล้มยากเลยทีเดียว (หมดห่วงไปอีกเปราะ)

ท้ายสุด ต้องขอย้ำอีกทีว่าหุ้นตัวนี้ไม่ได้ตรงตามเกณฑ์ของหุ้นแนว VI แบบ absolutely แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามที่ผมบอกแต่ตอนต้นว่า ผมวิเคราะห์แล้วทั้งทาง VI และทางเทคนิค ผมสบายใจที่จะซื้อเก็บไว้(แอบกระซิบครับว่าผมซื้อที่ราคา offer ซะด้วย) Blog นี้ก็เป็นแค่เพียงความเห็นหนึ่งและหลักการวิเคราะห์ของคนๆหนึ่ง อาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย และพร้อมน้อมรับความเห็นติชมครับ…โชคดีในการพกหุ้นครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

*

code

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติ HTML เหล่านี้ได้: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>